นายบุญเสริม หาญสมัย
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ
034-265-082

ออนไลน์ 8 คน

เยี่ยมชม 5,631 คน

ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ภูมิปัญญาท้องถิ่นการทำเกษตรอินทรีย์

9 มิถุนายน 2559 641 ครั้ง ซุปเปอร์เอดมิน แชร์  

แปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบล

“แปลงเรียนรู้การผลิตส้มโอ”

 -----------------------------------------------------------
1. ข้อมูลทั่วไปของปราชญ์ชาวบ้าน

            ชื่อ   นายบุญเชิด   นามสกุล  คงประจักษ์

            วัน เดือน ปี เกิด   27  มิถุนายน  พ.ศ. 2500

            ประวัติการศึกษา  จบการศึกษาระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดกลาง จ. นครปฐม

            ประวัติการอบรม ศึกษาดูงาน 1. โครงการชั่งหัวมัน จังหวัดเพชรบุรี 

            ๒. โครงการศึกษาดูงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ฯลฯ

            รางวัล และประกาศเกียรติคุณที่เคยได้รับ เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน จังหวัดนครปฐม

            รางวัลที่ 3

            การเสียสละเพื่อสังคม  ได้ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดย 

           เสียสละ  และอุทิศตนเพื่อถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเกษตร

            การทำงานปัจจุบัน  เกษตรกร  อาชีพ ทำสวน

2. ข้อมูลทั่วไปของแปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบล

     ปราชญ์ชาวบ้าน  ชื่อ  นายบุญเชิด   นามสกุล  คงประจักษ์

     สถานที่ตั้ง  แปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบล  หมู่  4  ตำบล บางพระ  

     อำเภอ นครชัยศรี    จังหวัด นครปฐม

เบอร์โทรศัพท์  081 - 7940870

3. ประวัติการก่อตั้งและความเป็นมา

          คุณบุญเชิด เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งก่อนที่จะมาเป็นปราชญ์ชาวบ้าน  และเป็นเจ้าของแปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบลหรือแปลงเรียนรู้การผลิตส้มโอ ที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน และเป็นที่รู้จักของเกษตรกรส่วนใหญ่ทั้งในตำบลและตำบลใกล้เคียงในขณะนี้ว่า ก่อนที่จะพบทางสว่างนี้ เคยทำอาชีพมาหลายอย่าง ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพทาการเกษตรแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชีพชาวสวนมะลิ สวนกุหลาบ และทำนา ว่ากันว่าทุกสิ่งที่สรรค์สร้างล้วนแต่เป็นเรื่องของเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกอย่างเดียวชนิดเดียวล้วน ๆ และส่วนใหญ่ก็เน้นในเรื่องของการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ที่คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะช่วยเร่งให้มีผลผลิตเร็วและได้ผลดีคุ้มกับการลงทุน แต่แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของพ่อค้าหัวใสเท่านั้น เพราะสิ่งที่ได้รับไม่คุ้มกับการลงทุน คุณบุญเชิดบอกว่า ยิ่งทำยิ่งจน เพราะคนที่เขากำหนดราคาทั้งปุ๋ยเคมี และสารเคมีต่าง ๆ โดยเฉพาะยาปราบศัตรูพืช คือ พ่อค้าไม่ใช่เกษตรกร และผลผลิตที่สามารถผลิตได้ เกษตรกรก็ยังไม่สามารถกำหนดราคาได้อีก

          นอกจากนั้นยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่คุณบุญเชิด เล่าให้ฟังว่า ขณะที่เขาพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร นอกจากเขาทำลายผืนดินที่เขาทำกินแล้ว เขายังทำลายตัวเองไปด้วย เพราะร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพที่เคยดีกลับไม่มีเรี่ยวแรง เหตุเพราะสารเคมีที่ใช้ทุกวันสะสมในร่างกายอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อคุณบุญเชิดเริ่มไม่ค่อยสบายจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสารเคมีที่ใช้ตกค้างในร่างกาย จึงคิดทบทวนตัวเอง และเกิดความคิดขึ้นมาว่า หากต้องพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร ต้องลำบากเป็นแน่เพราะ ยิ่งทำยิ่งจน ต้นทุนสูง ไม่ใช่เฉพาะสินค้าเกษตรที่ผลิตออกมา แต่มันหมายถึงต้นทุนชีวิตของเขาด้วย จากนั้นจึงได้คิดที่จะไม่ใช้สารเคมี โดยได้ยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแนวคิดด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คุณบุญเชิดจึงหันหลังให้กับสารเคมี หันมาทำสวนส้มโอ และทำนาข้าวอินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทน ขณะเดียวกันก็คิดค้นหาวิธีการทำนาให้ได้ผลผลิตมากขึ้น รวมทั้งพยายามที่จะคิดค้นดัดแปลงเครื่องจักร เครื่องมือการเกษตรให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และในช่วง 1 ปีผ่านไป ก็เห็นว่าแนวทางที่ทำมาถูกทาง เพราะสวนส้มโอและข้าวที่ปลูกได้ผลดีกว่าที่คาดไว้ ขณะเดียวกันสุขภาพที่เคยมีปัญหาก็กลับมาแข็งแรงดังเดิม

          ทางรอดของเกษตรกรคือเราต้องทำอย่างไรให้ต้นทุนเราน้อยที่สุด โดยเราต้องไม่ใช้สารเคมีและต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ก่อน เมื่อเราลดต้นทุนของเราได้ ถึงแม้ราคาสินค้ามันจะถูกเราก็ขายได้ อยู่ได้ แต่หากราคามันสูงเราก็ได้เงินมากขึ้น อย่าไปคิดมาก เพราะเราไม่ใช่ผู้กำหนดราคา เมื่อเรากำหนดราคาไม่ได้ เราต้องลดต้นทุน ให้เราอยู่ได้ เศรษฐกิจพอเพียงคือสิ่งที่ผมยึดถือและปฏิบัติมาตลอด ทำทุกอย่างที่ลดต้นทุน

4. แนวความคิด

          การบริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน, การรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด จากแนวคิดดังกล่าวเกษตรอินทรีย์จึงปฏิเสธการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมี เนื่องจากสารเคมีการเกษตรเหล่านี้มีผลกระทบต่อกลไกและกระบวนการของระบบนิเวศ นอกจากนี้ เกษตรอินทรีย์ยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรผู้ผลิตและชุมชนท้องถิ่น เกษตรอินทรีย์มุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นคงในการทำการเกษตรสำหรับเกษตรกร ตลอดจนอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรกรรม แต่ในขณะเดียวกัน เกษตรอินทรีย์ก็ไม่ได้ปฏิเสธการผลิตเพื่อการค้า เพราะตระหนักว่าครอบครัวเกษตรกรส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาการจำหน่ายผลผลิตเพื่อเป็นรายได้ในการดำรงชีพ

5. เหตุจูงใจให้มาทำเกษตรกรรมยั่งยืน

    เหตุจูงใจที่ปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรแบบผสมผสานและการทำเกษตรอินทรีย์มี 7 ประการ ดังนี้

1. การผลิตตามกระแสเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อสนองการตลาดบริโภคนิยม เกษตรกรต้องผลิตตามตลาดผู้ซื้อซึ่งไม่มีความยุติธรรมในการซื้อขาย ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน ขึ้น ๆ ลง ๆ บางปีขาดแคลนบางปีก็ล้นตลาด

2. เสี่ยงต่อการใช้สารเคมี ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรผู้ผลิต และมีผลกระทบต่อผู้บริโภคที่มีความเสี่ยงในการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย มีสารพิษเจือปน

3. การผลิตที่มุ่งเพื่อจะขาย จึงขาดการวางแผนเพื่อการผลิตในการบริโภคในครัวเรือนของตนเอง

4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดความเสื่อมโทรมเนื่องจากได้ใช้พื้นที่ในการผลิตค่อนข้างมาก และมีการใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ในปริมาณที่มากทำให้เกิดสภาวะดินเสื่อมสภาพ น้ำ ถูกทำลาย จึงส่งผลกระทบต่อ ดิน น้ำ อากาศ

5. การขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต เพราะว่าการผลิตเพื่อขาย เกษตรกรมีความรีบเร่งในการผลิต ต้องแข่งขันกันผลิต ต่างคนต่างทำ จึงทำให้ขาดแคลนแรงงานในการผลิต แรงงานในครอบครัวจึงไม่เพียงพอสำหรับการผลิตที่มีปริมาณมาก

6. สถาบันครอบครัวแตกสลาย เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่ต้องใช้แรงงานสูง ทำให้คนในครอบครัวต้องต้องหันไปรับจ้างใช้แรงงาน ไม่มีเวลาให้กันทำให้ครอบครัวล่มสลายในที่สุด

7. หนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีความเสี่ยงในเรื่องราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน ผลผลิตที่ล้นตลาด ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ต้นทุนการผลผลิตที่สูงขึ้น และการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกิดสภาวะหนี้สินของเกษตร 

          ปัญหาดังกล่าวเป็นต้นเหตุทำให้เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนแนวทางผลิต จากการผลิตแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นการผลิตแบบผสมผสาน พึ่งตัวเองเป็นหลัก ทำให้มีความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการเกษตร 

6.ปัญหาอุปสรรคในการผลิตเกษตรกรรมยั่งยืน

          ปัญหาอุปสรรคในการผลิตเกษตรแบบยั่งยืนนั้นจะมีปัญหาทั้ง 3 ช่วง ของการผลิต คือ ในช่วงระยะ เริ่มแรก ระยะกลาง และในช่วงปัจจุบัน ปัญหาอุปสรรค มีด้วยกัน 3 ประการ คือ

          1. ปัญหาดิน น้ำ ต้องมีการบริหารจัดการทางด้านดิน น้ำ มีการฟื้นฟู อนุรักษ์ ดิน น้ำ มีแหล่งน้ำที่ใช้  ในการผลิตอย่างเพียงพอ มีดินที่ดีมีคุณภาพใช้ในการผลิต

2. ปัญหาการบริหารจัดการคนในครอบครัว หากภายในครอบครัวมีการพูดคุยกันระหว่าง บุคคลในครอบครัวอยู่เสมอ ค้นหาปัญหา วิธีการแก้ปัญหา และมีการจัดระบบงานภายในครอบครัวที่ดี ปัญหาต่าง ๆ จะเกิดขึ้นน้อย 

3. การเผยแพร่ แบ่งปัน องค์ความรู้ แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ ในการผลิตเกษตรกรรมยั่งยืนในรายของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ไม่หวงองค์ความรู้ที่ได้จากการได้เรียนรู้มา เพื่อให้เกิดการขยายความรู้สู่เกษตรกรรายใหม่ ๆ

7.ความสำเร็จ 

ปัจจุบันครอบครัว มีความมั่นคงในอาชีพ รายได้ ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวและยังมีรางวัล ประกาศเกียรติคุณที่ได้รับเชิดชูเกียรติ จากการทำเกษตรอินทรีย์ และเกษตรแบบผสมผสาน 

แปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบล

“แปลงเรียนรู้การผลิตส้มโอ”

 -----------------------------------------------------------

 

 
 

 


1. ข้อมูลทั่วไปของปราชญ์ชาวบ้าน

            ชื่อ   นายบุญเชิด   นามสกุล  คงประจักษ์

            วัน เดือน ปี เกิด   27  มิถุนายน  พ.ศ. 2500

            ประวัติการศึกษา  จบการศึกษาระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดกลาง จ. นครปฐม

            ประวัติการอบรม ศึกษาดูงาน 1. โครงการชั่งหัวมัน จังหวัดเพชรบุรี 

            ๒. โครงการศึกษาดูงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร ฯลฯ

            รางวัล และประกาศเกียรติคุณที่เคยได้รับ เกษตรกรดีเด่นสาขาอาชีพทำสวน จังหวัดนครปฐม

            รางวัลที่ 3

            การเสียสละเพื่อสังคม  ได้ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดย 

           เสียสละ  และอุทิศตนเพื่อถ่ายทอดความรู้ทางด้านการเกษตร

            การทำงานปัจจุบัน  เกษตรกร  อาชีพ ทำสวน

 

2. ข้อมูลทั่วไปของแปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบล

     ปราชญ์ชาวบ้าน  ชื่อ  นายบุญเชิด   นามสกุล  คงประจักษ์

     สถานที่ตั้ง  แปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบล  หมู่  4  ตำบล บางพระ  

     อำเภอ นครชัยศรี    จังหวัด นครปฐม

เบอร์โทรศัพท์  081 - 7940870

 

3. ประวัติการก่อตั้งและความเป็นมา

          คุณบุญเชิด เล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งก่อนที่จะมาเป็นปราชญ์ชาวบ้าน  และเป็นเจ้าของแปลงสาธิตการเรียนรู้การพัฒนาที่ดินประจำตำบลหรือแปลงเรียนรู้การผลิตส้มโอ ที่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน และเป็นที่รู้จักของเกษตรกรส่วนใหญ่ทั้งในตำบลและตำบลใกล้เคียงในขณะนี้ว่า ก่อนที่จะพบทางสว่างนี้ เคยทำอาชีพมาหลายอย่าง ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพทาการเกษตรแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชีพชาวสวนมะลิ สวนกุหลาบ และทำนา ว่ากันว่าทุกสิ่งที่สรรค์สร้างล้วนแต่เป็นเรื่องของเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกอย่างเดียวชนิดเดียวล้วน ๆ และส่วนใหญ่ก็เน้นในเรื่องของการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ที่คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะช่วยเร่งให้มีผลผลิตเร็วและได้ผลดีคุ้มกับการลงทุน แต่แนวทางดังกล่าวเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของพ่อค้าหัวใสเท่านั้น เพราะสิ่งที่ได้รับไม่คุ้มกับการลงทุน คุณบุญเชิดบอกว่า ยิ่งทำยิ่งจน เพราะคนที่เขากำหนดราคาทั้งปุ๋ยเคมี และสารเคมีต่าง ๆ โดยเฉพาะยาปราบศัตรูพืช คือ พ่อค้าไม่ใช่เกษตรกร และผลผลิตที่สามารถผลิตได้ เกษตรกรก็ยังไม่สามารถกำหนดราคาได้อีก

          นอกจากนั้นยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งที่คุณบุญเชิด เล่าให้ฟังว่า ขณะที่เขาพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร นอกจากเขาทำลายผืนดินที่เขาทำกินแล้ว เขายังทำลายตัวเองไปด้วย เพราะร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพที่เคยดีกลับไม่มีเรี่ยวแรง เหตุเพราะสารเคมีที่ใช้ทุกวันสะสมในร่างกายอย่างไม่รู้ตัว และเมื่อคุณบุญเชิดเริ่มไม่ค่อยสบายจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากสารเคมีที่ใช้ตกค้างในร่างกาย จึงคิดทบทวนตัวเอง และเกิดความคิดขึ้นมาว่า หากต้องพึ่งพาสารเคมีในการผลิตสินค้าเกษตร ต้องลำบากเป็นแน่เพราะ ยิ่งทำยิ่งจน ต้นทุนสูง ไม่ใช่เฉพาะสินค้าเกษตรที่ผลิตออกมา แต่มันหมายถึงต้นทุนชีวิตของเขาด้วย จากนั้นจึงได้คิดที่จะไม่ใช้สารเคมี โดยได้ยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแนวคิดด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง คุณบุญเชิดจึงหันหลังให้กับสารเคมี หันมาทำสวนส้มโอ และทำนาข้าวอินทรีย์ ใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทน ขณะเดียวกันก็คิดค้นหาวิธีการทำนาให้ได้ผลผลิตมากขึ้น รวมทั้งพยายามที่จะคิดค้นดัดแปลงเครื่องจักร เครื่องมือการเกษตรให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และในช่วง 1 ปีผ่านไป ก็เห็นว่าแนวทางที่ทำมาถูกทาง เพราะสวนส้มโอและข้าวที่ปลูกได้ผลดีกว่าที่คาดไว้ ขณะเดียวกันสุขภาพที่เคยมีปัญหาก็กลับมาแข็งแรงดังเดิม

          ทางรอดของเกษตรกรคือเราต้องทำอย่างไรให้ต้นทุนเราน้อยที่สุด โดยเราต้องไม่ใช้สารเคมีและต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ก่อน เมื่อเราลดต้นทุนของเราได้ ถึงแม้ราคาสินค้ามันจะถูกเราก็ขายได้ อยู่ได้ แต่หากราคามันสูงเราก็ได้เงินมากขึ้น อย่าไปคิดมาก เพราะเราไม่ใช่ผู้กำหนดราคา เมื่อเรากำหนดราคาไม่ได้ เราต้องลดต้นทุน ให้เราอยู่ได้ เศรษฐกิจพอเพียงคือสิ่งที่ผมยึดถือและปฏิบัติมาตลอด ทำทุกอย่างที่ลดต้นทุน

         

4. แนวความคิด

          การบริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน, การรักษาแหล่งน้ำให้สะอาด จากแนวคิดดังกล่าวเกษตรอินทรีย์จึงปฏิเสธการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมี เนื่องจากสารเคมีการเกษตรเหล่านี้มีผลกระทบต่อกลไกและกระบวนการของระบบนิเวศ นอกจากนี้ เกษตรอินทรีย์ยังให้ความสำคัญกับเกษตรกรผู้ผลิตและชุมชนท้องถิ่น เกษตรอินทรีย์มุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นคงในการทำการเกษตรสำหรับเกษตรกร ตลอดจนอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตของชุมชนเกษตรกรรม แต่ในขณะเดียวกัน เกษตรอินทรีย์ก็ไม่ได้ปฏิเสธการผลิตเพื่อการค้า เพราะตระหนักว่าครอบครัวเกษตรกรส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาการจำหน่ายผลผลิตเพื่อเป็นรายได้ในการดำรงชีพ

5. เหตุจูงใจให้มาทำเกษตรกรรมยั่งยืน

 

    เหตุจูงใจที่ปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรแบบผสมผสานและการทำเกษตรอินทรีย์

มี 7 ประการ ดังนี้

 

1. การผลิตตามกระแสเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อสนองการตลาดบริโภคนิยม เกษตรกรต้องผลิตตามตลาดผู้ซื้อซึ่งไม่มีความยุติธรรมในการซื้อขาย ราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน ขึ้น ๆ ลง ๆ บางปีขาดแคลนบางปีก็ล้นตลาด

 

2. เสี่ยงต่อการใช้สารเคมี ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรผู้ผลิต และมีผลกระทบต่อผู้บริโภคที่มีความเสี่ยงในการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย มีสารพิษเจือปน

3. การผลิตที่มุ่งเพื่อจะขาย จึงขาดการวางแผนเพื่อการผลิตในการบริโภคในครัวเรือนของตนเอง

 

4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดความเสื่อมโทรมเนื่องจากได้ใช้พื้นที่ในการผลิตค่อนข้างมาก และมีการใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี ในปริมาณที่มากทำให้เกิดสภาวะดินเสื่อมสภาพ น้ำ ถูกทำลาย จึงส่งผลกระทบต่อ ดิน น้ำ อากาศ

 

5. การขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต เพราะว่าการผลิตเพื่อขาย เกษตรกรมีความรีบเร่งในการผลิต ต้องแข่งขันกันผลิต ต่างคนต่างทำ จึงทำให้ขาดแคลนแรงงานในการผลิต แรงงานในครอบครัวจึงไม่เพียงพอสำหรับการผลิตที่มีปริมาณมาก

 

6. สถาบันครอบครัวแตกสลาย เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่ต้องใช้แรงงานสูง ทำให้คนในครอบครัวต้องต้องหันไปรับจ้างใช้แรงงาน ไม่มีเวลาให้กันทำให้ครอบครัวล่มสลายในที่สุด

 

7. หนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีความเสี่ยงในเรื่องราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน ผลผลิตที่ล้นตลาด ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ต้นทุนการผลผลิตที่สูงขึ้น และการเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้เกิดสภาวะหนี้สินของเกษตร

 

          ปัญหาดังกล่าวเป็นต้นเหตุทำให้เกิดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนแนวทางผลิต จากการผลิตแบบเชิงเดี่ยวมาเป็นการผลิตแบบผสมผสาน พึ่งตัวเองเป็นหลัก ทำให้มีความมั่นคงยั่งยืนในอาชีพการเกษตร

 

6.ปัญหาอุปสรรคในการผลิตเกษตรกรรมยั่งยืน

 

          ปัญหาอุปสรรคในการผลิตเกษตรแบบยั่งยืนนั้นจะมีปัญหาทั้ง 3 ช่วง ของการผลิต คือ ในช่วงระยะ เริ่มแรก ระยะกลาง และในช่วงปัจจุบัน ปัญหาอุปสรรค มีด้วยกัน 3 ประการ คือ

 

          1. ปัญหาดิน น้ำ ต้องมีการบริหารจัดการทางด้านดิน น้ำ มีการฟื้นฟู อนุรักษ์ ดิน น้ำ มีแหล่งน้ำที่ใช้  ในการผลิตอย่างเพียงพอ มีดินที่ดีมีคุณภาพใช้ในการผลิต

 

2. ปัญหาการบริหารจัดการคนในครอบครัว หากภายในครอบครัวมีการพูดคุยกันระหว่าง บุคคลในครอบครัวอยู่เสมอ ค้นหาปัญหา วิธีการแก้ปัญหา และมีการจัดระบบงานภายในครอบครัวที่ดี ปัญหาต่าง ๆ จะเกิดขึ้นน้อย

 

3. การเผยแพร่ แบ่งปัน องค์ความรู้ แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ ในการผลิตเกษตรกรรมยั่งยืนในรายของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ไม่หวงองค์ความรู้ที่ได้จากการได้เรียนรู้มา เพื่อให้เกิดการขยายความรู้สู่เกษตรกรรายใหม่ ๆ

 

7.ความสำเร็จ

 

ปัจจุบันครอบครัว มีความมั่นคงในอาชีพ รายได้ ลูกหลานอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวและยังมีรางวัล ประกาศเกียรติคุณที่ได้รับเชิดชูเกียรติ จากการทำเกษตรอินทรีย์ และเกษตรแบบผสมผสาน

 

เอกสารแนบ 4 ไฟล์
.123.65 KB   แสดงภาพ
.137.69 KB   แสดงภาพ
.127.72 KB   แสดงภาพ
.83.76 KB   แสดงภาพ

เปลี่ยนภาษา